2006/Mar/03

เรื่องนี้ มีแค่ผม กับ เขา ที่รู้ว่ามันจริงหรือไม่

พ.ศ. 2542 ปีสุดท้ายแล้วกับวัยมัธยม ขาสั้น เรียนๆ เล่นๆ กับ ร.ร.บ้านนอก ประจำตำบล แห่งนึงของเมืองไทย หัวหน้าทีมวอลลย์บอล ของโรงเรียน ที่อาจารย์ไว้ใจให้หาน้องใหม่มาร่วมทีม จากความร่วมมือของเพื่อนร่วมทีมที่แนะนำให้รู้จักกับรุ่นน้อง ม.4 ที่เข้ามาใหม่ 2 คน เล่นและชอบวอลเลย์บอล คนแรก เอ็ม ( สูงแค่ 168 ตัวเล็ก มันจะเล่นเป็นไงบ้างหว่า ) คนที่ 2 โต้ง (180 อืม คนนี้ ท่าทางจะเก่งหวะ ) โอเค ลองมาเล่นกัน

วันแรกกับการซ้อม เอ็มเล่นเก่งนะ เสียดายตัวเล็กไปหน่อย ต่างกันกับ โต้ง เล่นได้ ไม่ถึงกับเก่ง ต้องฝึกอีกเยอะ ยังไงหุ่นน้องมันก็เหมาะที่จะเล่น ค่อยๆ ซ้อม ค่อยๆ ฝึกไป เดี๋ยวคงเก่ง 15.30 ทุกวัน ทุกคนพร้อมที่สนามกับโค้ช ที่เป็นอาจารย์พละศึกษาของโรงเรียน

4 เดือนผ่านไป โค้ชบอกว่า อีก 2 เดือนต้องแข่งแล้วกับกีฬานักเรียนประจำจังหวัดขอให้นักกีฬามาเข้าค่ายเก็บตัวที่โรงเรียน ซ้อมเช้า-เย็น มันค่อนข้างลำบากสำหรับนักเรียนมัธยมบ้านนอกที่ต้องช่วยงานที่บ้านทุกเช้าและเย็น โดยเฉพาะบ้านไหนที่ทำการเกษตรไม่ว่าจะเป็นทำนา รึทำสวน เรื่องนี้ เรา ต้องคุยตกลงกัน สรุปว่านักกีฬาทั้งหมด 12 คน มาเข้าค่ายได้ จริงๆ แค่ 9 คน รวมผม และน้อง 2 คนที่พูดถึงด้วย

คืนแรก กับการเข้าค่าย มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกและตื่นเต้นสำหรับผมเพราะมันไม่ใช่ครั้งแรก แต่น้องๆ ที่เข้ามาใหม่ รู้สึกมันจะไม่ยอมนอนกัน คุยโน่นคุยนี่ จนหัวหน้าทีมอย่างผม ต้องบอกว่านอนได้แล้ว พรุ่งนี้ต้องตื่นมาวิ่งแต่เช้า ก็โอเค แยกวงคุย แยกย้ายกันนอนเตียงใครเตียงมัน ประมาณ 10 นาทีหลังจากที่ทุกคนเงียบ หลับบ้างไม่หลับบ้าง ผมก็ได้ยินเสียงสะอื้น ร้องไห้ จากเตียงที่อยู่ถัดจากผมไป 2 เตียง เพื่อนและน้องร่วมทีมที่ยังไม่หลับ ก็ลุกขึ้นมาดูกัน เฮ้ย ใครร้องไห้อ่ะ เดินไปที่เตียงที่มีคนนอนคลุมโปงร้องไห้อยู่

เอ็ม ร้องไห้ทำไม.... เป็นคำถามที่ผมถามไปเมื่อรู้ว่าคนที่ร้องไห้อยู่คือ เอ็ม เพื่อนร่วมทีมตัวเล็กแต่เล่นเก่งนั่นเอง ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร กับคำตอบที่ผมกับเพื่อนคนอื่นๆ ได้รับ แต่เราก็พยายามถาม พยายามซัก ว่ามีไรมั๊ย เอ็ม ก็ยืนยันว่าไม่เป็นไร ไม่มีอะไร งั้นเราก็นอนกันเถอะ ช่วยไรไม่ได้ ไม่ยอมบอก สักพัก เสียงร้องไห้ก็หยุดไป ต่างคนต่างหลับ

1 อาทิตย์ ผ่านไปกับการร้องไห้ก่อนนอนของ เอ็ม ผมว่ามันต้องมีไรซักอย่างและผมก็ต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว รอโอกาสตอนที่เพื่อนไม่อยู่ เอ็มนั่งอยู่คนเดียว ผมตัวแทนของเพื่อนร่วมทีมเข้าไปแสดงความเป็นห่วงและความสงสัย จนเอ็ม เริ่มจะเอ่ยปากเล่าถึงความทุกข์ใจและเศร้าใจที่เขากำลังคิดอยู่

มันเป็นเรื่องปกติทั่วไปที่เห็นได้ในสังคม รวมถึงครอบครัวผมเองก็มีปัญหาที่ไม่ต่างจาก เอ็ม เท่าไหร่ก็คือปัญหาครอบครัว พ่อแม่แยกทางกัน พ่อไปมีเมียน้อย เอ็ม รับรู้ปัญหานี้และเก็บมันมาตลอดในฐานะของลูกคนโต ที่มีน้องชาย อีกคน กับครอบครัวที่กำลัง แย่ลงเนื่องจากพ่อที่เป็นข้าราชการเป็นเสาหลักไปมีเมียน้อย ทิ้งให้แม่ที่ทำหน้าที่แม่บ้าน ไม่มีความรู้ ไม่มีทางหาเงินใดเข้าบ้าน นอกจากการทำนาที่สวน เลี้ยงดูลูกชาย 2 คน เอ็ม เล่าปัญหาของเขา ให้ผมฟังตั้งแต่ต้นจนจบ ผมก็ทำอะไรมากไม่ได้นอกจากปลอบใจและบอกไปว่าปัญหาแบบนี้ใครๆ ก็เจอ ครอบครัวผมเองก็มี แต่เราอย่าเอามันมาคิดจนทำให้มันเป็นปัญหามากมาย จนทำให้เราไม่มีกะจิตกะใจจะดำเนินชีวิต ให้มันสนุกสนาน ตามวัยที่เราควรจะเป็น

นับตั้งแต่นั้นมา เอ็ม จะมาคุยกับผมแทบทุกวัน คุยกัน เล่า แชร์ ปัญหา ทุกเรื่อง ผมมีโอกาสไปที่บ้านของ เอ็ม รู้จักกับแม่ ได้คุยกัน แม่เอ็มบอกว่า เอ็ม เล่าถึงผมให้แม่ฟังบ่อยๆ ขอบใจผมด้วย ที่ดูแล คอยรับฟังปัญหา ช่วยแก้ปัญหา ให้คำปรึกษาหลายๆ อย่างก็ไม่เป็นไรครับ ก็คุยกันจนผมรู้สึกว่าเราเป็นพี่น้องกันแล้ว จกานั้นมาผมก็ไปที่บ้านเอ็ม บ่อยขึ้น เอ็ม ก็มาที่บ้านผมรู้จักกับพ่อ กับแม่ ของผม กลายเป็นเพื่อนสนิทกันไปแล้ว เที่ยวด้วยกัน เฮฮาปาร์ตี้ เอ็ม ไปกับกลุ่มเพื่อนผมได้ ผมก็ไปกับกลุ่มเพื่อนของเอ็ม ได้ ตอนนั้นไม่รู้ว่าความรู้สึกตรงนั้น มันคืออะไร

อยู่มาวันหนึ่ง ปามาน 2 ทุ่ม เอ็มโทรมาหาผมแล้วบอกว่า มาหาได้มั๊ย แม่ กับ น้องไม่อยู่ อยู่คนเดียว กลัว เหงาด้วย ผมก็ตัดสินใจไป ขี่มอเตอร์ไซค์ ไปบ้านเอ็ม ตอนกลางคืนทั้งที่ผมไม่เคยไปหาเอ็มตอนกลางคืนเลย ( อยู่คนละหมู่บ้าน ห่างกันประมาณ 12 กม. ) คืนนั้นเราก็นอนกัน 2 คน โดยที่ไม่มีเพื่อนคนอื่น ไม่มีพ่อแม่ ญาติ อยู่ด้วย นอนไปสักพักผมก็ต้องแปลกใจ สะดุ้งตกใจนิดๆ เมื่อ เอ็ม มากอดผม ด้วยความตกใจไม่เคยมีผู้ชายด้วยกันมากอด ในบรรยากาศแบบนี้ ก็เอามือ เอ็ม ออกไป เฮ้ย.. ทำไร คือคำพูดที่ผมพูดไป ไม่นานผมก็ได้ยินเสียงร้องไห้ ก็ถามไปว่าเป็นไรอีกหละ ร้องไห้เรื่องไร เอ็มบอกว่า เปล่า ไม่มีไร แล้วก็ขอกอดผม พี่.. ผมขอกอดได้มั๊ย ไม่มีอะไรหรอก แค่อยากกอดผมรักพี่ นะ

ติดตามตอนต่อไปนะครับ

Comment

Comment:

Tweet




โอ้วว้าวววววววววว.............น่าติดตามสุดๆ
#2 by ERROR At 2006-03-03 14:37,
ตัวเล็กไปนะครับ อ่านไม่ออกเลย ...