2006/Mar/05

ขอโทษครับกับตอนแรกที่ตัวหนังสือเล็กมาก

พี่ ครับ ผมขอกอดได้มั๊ย ? ไม่มีอะไรหรอก ผมรักพี่....

รู้สึกได้เลยว่าใจผมมันเต้นไม่เป็นปกติ จะให้ เอ็ม กอดดีมั๊ย นะพี่นะ... คำพูดขอร้องของเอ็ม มาพร้อมๆ กับมือที่เอื้อมมากอดผม โอเค.... กอดก็กอด แต่ผมไม่ได้ตอบอะไรเอ็มไป ผมนอนไม่หลับ เพราะความระแวง + ตื่นเต้น เพราะไม่เคยมีผู้ชายที่ไหนมาขอกอดผมอย่างนี้มาก่อน นอนพร้อมกับคอยสังเกตุ จับ ท่าทาง ท่าที ของเอ็ม ผ่านไปสักพัก เอ็ม ก็ไม่ได้ทำอะไรนอกจากกอด ผมคดว่า เออ คงไม่มีไรมัง น้องมันแค่กอดเฉยๆ นอนดีกว่า แล้วผมก็หลับไป

เอ....ทำไมมันรู้สึกงี้หว่า ผมลืมตาตื่นขึ้นมากลางดึกเมื่อผมรู้สึกได้ว่ามีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นกับ "ไอ้หนู" ของผม มันเป็นความรู้สึกที่ผมไม่เคยรูสึกมาก่อน มันเสียว มันรู้สึกยังไงบอกไม่ถูก เฮ้ย... อะไรว่ะ ผมลืมตาขึ้นมามองเพื่อให้รู้ว่าสิ่งที่ผมรู้สึกนั้นมันคืออะไร แล้วผมก็ต้องสะดุ้งตัวขึ้นเมื่อเห็นหัวของเอ็มผงกขึ้นลงพร้อมกับปากที่ดูด "ไอ้หนู" ของผมอยู่ เอ็ม!! ทำอะไร ... เอ็มไม่ตอบคำถาม แต่ขยับ ตัวมาคร่อมที่ขาของผม โดยหน้าของเอ็มอยู่ตรงกับ "ไอ้หนู" ของผม น่าพี่.. ไม่มีใครรู้หรอกผมทำอะไรกับพี่ มันก็ไม่เสียหายด้วยเราเป็นผู้ชายด้วยกัน ผมก็นิ่โดยที่ไม่ปฏิเสธกับสิ่งที่เอ็มทำต่อไป แล้วคืนนั้นเอ็มก็ทำให้ผมจนผมเสร็จ......

เมื่อมีครั้งแรก..... แน่นอนมันมีครั้งที่ 2 ตามมา ในระหว่างที่ผมกับเอ็ม ไปไหนมาไหน ด้วยกัน ไปเที่ยว กินเหล้า ไม่ว่าจะไปในกลุ่มเพื่อนของผม หรือ กลุ่มเพื่อนของเอ็ม หลังจากเที่ยวเสร็จเราก็ไปนอนด้วยกัน ไม่บ้านผม ก็บ้านของเอ็ม เราเริ่มมีไรกันจากที่เอ็มเริ่มทำให้ผม แล้วเอ็มก็ขอให้ผมทำให้เขาบ้าง ตอนแรกผมก็ทำไปเก้ๆ กังๆ เพราะความไม่เคย เอ็ม ก็บอกก็สอน ว่า "ต้องอย่างนี้นะพี่ เอางี้นะ ผมทำอะไรให้พี่แล้วพี่เสียวพี่อยากให้ผมทำยังไงกับพี่ พี่ก็ทำอย่างนั้นให้ผมละกัน" ผมก็ทำตามนั้น ตามที่เอ็ม แนะนำ ^_^

เวลาผ่านไปเกือบค่อนปี ที่เรา 2 คนไปไหนมาไหนด้วยกัน โดยที่เพื่อนๆ ญาติ ๆ พ่อ แม่ ไม่ได้รู้เลยว่าเรามีอะไรกัน จากความสัมพันธ์แค่มีอะไรกันภายนอก มันเริ่มพัฒนาขึ้น เราเริ่มทำอะไรมากกว่านั้นโดยที่เอ็มเป็นคนเริ่มและแนะนำ ผมเองก็ไม่รู้ว่า เอ็ม เขาไปรู้มาจากไหน หนังสือ / วิดีโอ / รึ่วาจากประสบการณ์ตรง เพราะในชีวิตบ้านนอกชนบท อย่างพวกผม มันไม่ง่ายที่จะรับรู้ เรียนรู้เรื่องเหล่านี้ จากสื่อ จากสังคม... สังคมบ้านนอก ไม่รู้หรอกครับ ว่าเกย์ เป็นยังไง ดูกันยังไง ที่เขาเห็น เขารู้ ก็คือ กระเทย เป็นยังไงแค่นั้นเอง มันไม่มีอะไรน่าคิด กับการที่ผู้ชาย 2 คน รู้จักกัน สนิทกันเพราะต้องทำกิจกรรม หลายๆ อย่างร่วมกัน เที่ยว สนุกสนานเฮฮาค้างบ้านคนนี้ที คนนั้นที ในสังคมที่ไม่มีสื่อในเรื่อง รักร่วมเพศ

ผม กับ เอ็ม ดำเนินชีวิตแบบนั้น มา 1 ปี เต็มๆ เวลานั้นมันทำให้ผมได้รู้ว่าความรู้สึกของเรา 2 คน มันไม่ใช่แค่พื่อนผู้ชาย รักสนุก ทำอะไรกัน ช่วยกันสำเร็จความใคร่ เมื่อตอนที่ผมจบ ม.6 แล้วต้องไปเรียนต่อระดับอุดมศึกษา ในต่างจังหวัด มันไม่มีอะไรมากในช่วงวัน 2 วัน แรก ที่ผมไป พอวันที่ 3 ที่ 4 เอ็ม โทรศัพท์มาหาผม พอผมได้ยินเสียงเอ็ม เท่านั้นแหละครับ ความรู้สึกคิดถึง ความรู้สึกอยากเจอ ความต้องการทำในสิ่งที่เราเคยทำกัน มันก็เกิดขึ้นมาในใจ ในความคิด.... มันเป็นความรัก หรือเปล่าครับ ???

แน่นอน ครับ เราต้องหาเวลาเจอกัน หาเวลาทำในสิ่งที่เราเคยทำกัน วันหยุดเสาร์อาทิตย์ ผมต้องหาทางกลับบ้านเพื่อที่จะไปเจอ เอ็ม ถึงแม้ว่าจะมีงานที่อาจารย์สั่ง งานกลุ่มที่ต้องทำผมก็จะหาทางหลีกเลี่ยง หาทางกลับบ้านให้ได้ทุกครั้งไป ตัวเอ็ม เองก็หาโอกาสมาเจอผมที่หอพัก ถึงแม้ต้องลา ต้อง ขาด โรงเรียน เอ็มก็ทำ วันไหนไม่เจอ เราก็โทรคุยกันบ่อยๆ โดยที่เพื่อน พ่อแม่ไม่รู้หรอก ว่าเราคุยกับใคร เรารู้สึกยังไงตอนนั้น ผมกลับบ้านทุกสัปดาห์ และผมก็ไปเจอไปค้างบ้านเอ็ม หรืไม่เอ็มก็มาหามาค้างบ้านผมทุกครั้ง จนวันหนึ่งแม่ผมถามผมว่าทำไมกลับบ้านบ่อยนัก ที่จริงไม่ต้องกลับทุกสัปดาหก็ได้ เปลืองค่ารถ ค่าเดินทาง แล้วกลับมาก็ไม่ค่อยอยู่บ้านออกไปเที่ยวกับเอ็มตลอด อย่าติดให้มันมากนักเพื่อน ( ผมอยากบอกแม่ว่า ก็ผมคิดถึง เอ็ม อยากเจอเอ็ม ครับแม่ ) แต่ก็ได้แค่คิด และ รับปาก ครับๆๆ ทางออกของเรา 2 คนคือผมกลับบ้านสัปดาห์เว้นสัปดาห์ แล้วเอ็มก็ไปหาผมที่หอพักสัปดาห์เว้นสัปดาห์ โดยเราก็หาข้ออ้างไปเรื่อย ๆ และก็เจอกันมาเรื่อยๆ อย่างเคย

เวลาผ่านไป 4 ปีที่เราคบกันแบบนี้ ผมอยู่ปี 3 แล้ว เอ็มก็จบ ม. 6 แน่นอนครับเอ็ม คงไปเรียนต่อที่ไหนไม่ได้ นอกจากที่เดียวกันกับผมในฐานะ นักศึกษาโควต้านักกีฬาวอลเลย์บอลของสถาบัน... เราอยู่หอพักเดียวกัน อยู่ห้องเดียวกัน ไปไหนมาไหนด้วยกัน อยู่ด้วยกันตลอดเวลา ยกว้นเวลาเรียน จนเพื่อนของผม รวมถึงเพื่อนของเปี๊ยกถามว่าเป็นอะไรกันรึป่าว.. ไม่ยอมห่างกันเลย ( ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ) เราบอกเพื่อนไปว่า เราเป็นญาติ ห่างๆ กัน เพื่อนก็เข้าใจ เราอาจหลอกเพื่อนคนอื่นๆ ได้อย่างงั้น แต่เรา 2 คน ไม่สามารถหลอกเพื่อนๆ พี่ๆ นักกีฬา วอลเลย์บอล ร่วมสถาบัน ที่เขาเป็นกระเทย เป็นเกย์ได้ แต่นั่นมันก็ไม่ได้ทำให้เราลำบากใจอะไรมากนัก

เราซ้อมวอลเลย์บอลของสถาบันตามปกติ วันนั้นมีพี่คนนึงมาขอเล่น มาร่วมซ้อมด้วย เขาไม่ได้เป็นนักกีฬา ไม่ได้เป็นนักศึกษาในสถาบัน เขาเป็นหมอที่เพิ่งมาบรรจุใหม่ในโรงพยาบาลประจำจังหวัด พี่เขาชื่อ "โอ๊ต" จากวันนั้นมา พี่โอ๊ต ก็มาเล่นมาซ้อมด้วยเกือบทุกวัน หลังจากซ้อมเสร็จก็แยกย้ายกันกลับ ผมก็เดินกลับกับเอ็มทุกวัน พี่เขาก็ขับรถของเขากลับทุกวัน

มาวันนึง เอ็ม ต้องกลับบ้านเพราะที่บ้านมีปัญหานิดหน่อย แต่ผมไม่ได้กลับผมไปซ้อมวอลเลย์บอลตามปกติ ถึงเวลากลับผมก็เดินกลับคนเดียวของผมขณะที่เดินๆ ลากเท้าเพราะความเหนื่อยล้าจากการซ้อมนั้น พี่โอ๊ตก็ขับรถมาแล้วก็จอดข้างๆ ผมพร้อมเปิดกระจกรถ ถามผมว่า "กลับคนเดียวเหรอ ให้พี่ไปส่งมั๊ย "ผมก็ปฏิเสธไป "ไม่เป็นไรครับเดี๋ยวผมเดินกลับเอง " แต่พี่เขาก็ยืนยันขอไปส่งให้ได้ ผมก็เลยโอเคนั่งรถไปกับพี่โอ๊ต เขาก็คุยก็ถามผมในระหว่างทาง ถามถึงเอ็มด้วย แล้วพี่เขาก็ชวนไปทานข้าวด้วยกันแล้วค่อยไปส่ง เราก็ไปทานข้าวกันและพี่เขาก็ไปส่งผมที่หอพัก

พอวันถัดมา ผมเล่าเรื่องนี้ให้เอ็มฟัง เอ็มถามว่าเขาจะมาจีบผมรึเปล่า ผมก็ไม่ได้คิดอะไรและบอกเอ็มไปว่าไม่ใช่หรอกก็คนรู้จักกันธรรมดาแค่นั้น เย็นวันนั้นเราก็ไปซ้อมตามปกติ พี่โอ๊ตก็มาซ้อมเสร็จเขาก็ชวนไปทานข้าวด้วยกันแล้วเขาจะไปส่ง ผมกับเอ็มก็ปฏิเสธ แต่พี่เขาก็ไม่ยอมเหมือนเดิมจะไปส่งให้ได้ผมก็เลยชวนเอ็มไปเพราะผมก็เคยไปกับพี่โอ๊ตแล้วครั้งนึง เราก็ไปทานข้าว และพี่โอ๊ตก็ไปส่งตามปกติ จากวันนั้นมาพี่โอ๊ตก็เข้ามาเป็น 1 ในชีวิตประจำวันของเราจากแค่การกินข้าวเย็นหลังเลิกซ้อมกีฬา ก็มีไปเที่ยวด้วยกันทั้งกลางวันและกลางคืน ผมกับพี่โอ๊ตจะคุยกันอย่างสนุกสนานตรงกันข้ามกับ เอ็ม ที่จะนั่งเงียบไม่ค่อยคุยอะไรคอนที่เราอยู่กัน 3 คน วันนึงเราไปเที่ยวน้ำตกกันผมก็คุยกับพี่โอ๊ตตามปกติ ผมจะนั่งที่เบาะหน้ารถกับพี่โอ๊ต เอ็มจะนั่งข้างหลัง พี่โอ๊ต จะชอบแซว เอ็ม ตลอดที่เอ็ม ไม่ค่อยพูดเลย แล้วไปถึงน้ำตกกัน น้ำตกมีอยู่ 5 ชั้น เราเดินขึ้นไปถึงชั้นที่ 4 แล้วผมเกิดปวดท้องเข้าห้องน้ำ ผมต้องลงไปเข้าห้องน้ำที่ชั้นแรกของน้ำตก และมันก็ใกล้เวลากลับแล้วด้วยผมเลยบอกพี่โอ๊ต กับเอ็ม เดินขึ้นไป 2 คน เดี๋ยวผมไปเข้าห้องน้ำและจะรอข้างล่าง เขาก็โอเค แล้วสักพักก็ตามลงมาแล้วเราก็กลับกันพีโอ๊ตก็ไปส่งเราที่หอพักแล้วพี่เขาก็กลับบ้านไป พอตกกลางคืน คืนนั้นเอ็มพูดถึงพี่โอ๊ต คำพูดที่ปลื้ม และชื่นชม เอ็มไม่เคยพูดถึงพี่โอ๊ตในทำนองนี้มาก่อน ผมก็เลยแซวเล่นๆ ไปว่าชอบพี่โอ๊ตเหรอ เอ็มก็บอกว่า ไม่ใช่

ปลายเดือน สิงหาคม พ.ศ.2545 ผมต้องไปทัศนาจรกับเพื่อนในคณะ อาทิตย์ วันที่ 24 ส.ค. พี่โอ๊ตก็อาสาไปเอากระเป๋าขึ้นรถไปส่งที่คณะ แล้วผมก็เดินทางไปกับเพื่อนๆ คืนวันที่ 26 ส.ค. พี่โอ๊ต โทรหาผมบอกว่า เอ็มให้ไปหาบอกว่ามีเรื่องไม่สบายใจอยากคุยกับพี่โอ๊ต ผมบอกพี่โอ๊ตว่าก็ไปคุยกับน้องมันสิคืนนั้นผมก็ไม่คิดอะไร จนบ่ายๆ วันที่ 27 ส.ค. ผมโทรหาเอ็ม คุยกันปกติและถามเรื่องที่พี่โอ๊ตมาหา เอ็มบอกว่า พี่โอ๊ตไม่ได้มาผมก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ในใจผมคิดว่ายังไงกันแน่ ผมตัดสินใจโทรถามพี่โอ๊ตพี่โอ๊ตบอกว่าไปจริงคุยกันจนดึกแล้วพี่เขาจะกลับแต่เอ็มบอกว่าอย่าเพิ่งกลับและชวนพี่โอ๊ตขับรถเล่นกัน พี่โอ๊ตก็ตามใจแล้วพอดีขับไปขับมามันไปถึงโรงพยาบาลที่พี่โอ๊ตประจำอยู่พี่โอ๊ตเลยชวนไปนั่งเล่นที่บ้านพักที่พี่เขาอยู่ และก็ค้างกันที่ห้องพี่โอ๊ต

ผม จะเชื่อใครดี!!!! ทำอะไรมากไม่ได้ นอกจากโทรศัพท์ เอ็มยืนยันว่าไม่ พี่โอ๊ตก็ยืนยันว่าไปนอนห้องพี่เค้าจริงผมเลยถามพี่โอ๊ตว่านอนเฉยๆ ใช่มั๊ย เอ็มมันทำอะไรรึป่าว พี่โอ๊ตบอกว่าเอ็มมันขอกอด !!!! เอาส่ะสิ ครับ ขอกอด.... ถ้าคุณที่อ่านเรื่องของผมมาตั้งแต่ตัน คงพอเดาออกว่าผมจะคิดยังไง ใจมันกระวนกระวายอย่างบอกไม่ถูก อยากกลับเร็วๆ จะไปคุยให้รู้เรื่องอยู่ด้วยกัน 3 คน จะได้รู้ว่าคนไหนจริงไม่จริง

พอกลับไปถึง ผมต้องแปลกใจกับท่าทีของเอ็ม ที่ดูเหมือนจะเอาอกเอาใจผมผิดปกติ เหนื่อยไหม ??? เอ็มนวดให้ป่าว ?? อืมก็ดีนะ ขณะที่นวดๆ บีบๆ ให้ผมอยู่นั้นผมก็ถามไปว่า พี่โอ๊ตได้มาบ้างมั๊ย ไปเที่ยว ไปกินข้าวกับพี่เขารึป่าว เอ็มบอกว่าไม่ค่อยมาหรอก เขาจะมาทำไมเพราะผมไม่อยู่ ผมพูดอะไรมากไม่ได้ ได้แต่คิดสับสนในใจ ใครโกหกกูว่ะ ด้วยความที่ผมกับเอ็มอยู่ด้วยกันมานาน ความรักความรู้สึกที่เอ็มมีให้กับผม ผมไม่คิดว่าเอ็ม จะโกหกะไรผม แต่อีกใจก็คิดว่าแล้วพี่โอ๊ต จะสร้างเรื่องขึ้นมาทำไม ????

ติดตาม ตอน 3 ต่อนะครับ

Comment

Comment:

Tweet


พอกับเรื่องของผมเลย

ทำไรไม่ถูกจริงๆอะ แต่ก็อย่างว่าอะนะ

เค้าทำกับเราได้ทำไมเข้าจะไม่ทำกับคนอื่น

#2 by ga (202.176.152.255) At 2010-06-08 21:14,
ท่าจะยาวนะ
#1 by นู๋เนตร (203.113.86.34) At 2006-03-05 08:47,